วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550

Huître









Le terme huître recouvre un certain nombre de groupes de mollusques marins bivalves qui se développent en mer. Elles ne vivent que dans de l'eau salée (contenant 30 à 32 grammes de sel par litre (g/l), voire moins) et se trouvent dans toutes les mers.
Les huîtres sont très prisées sur le plan
gastronomique et on leur prête des propriétés aphrodisiaques. La majeure partie de la production annuelle est écoulée durant la période des fêtes de fin d'année.




Anatomie





À l'intérieur d'une coquille de nacre, se trouve un corps mou, composé, entre autres, des organes qui servent à filtrer les organismes provenant de l'environnement. Les branchies servent à respirer et à collecter la nourriture que leur estomac digère. Un muscle adducteur puissant permet de maintenir la coquille hermétiquement fermée.



Reproduction


L'huître Crassostrea gigas, la plus présente en France des variétés d'huître, est hermaphrodite cyclique. En effet, une année sur l'autre, elle sera tantôt femelle, tantôt mâle. Lorsque la température de l'eau dépasse 10 °C, elle produit ses gamètes qu'elle libère lorsque l'eau atteint une température proche de 18 °C. Une huître libère entre 20 et 100 millions d'ovules et encore plus de spermatozoïdes. Seules 10 % des larves formées atteindront l'âge adulte.



L’huître creuse est ovipare et l’huître plate est vivipare. Au soleil de l’été, l’huître creuse pleine de son lait va répandre dans l’eau ses gamètes. L’union d’un gamète mâle et d’un gamète femelle forme un œuf microscopique qui va dériver au gré des flots. Chaque huître mère donne naissance à plus d’un million d’œufs. Pour que la naissance se passe bien, plusieurs conditions doivent être réunies. Conditions climatiques favorables, une eau à bonne température, 21 degrés, une eau pas trop salée d’où la nécessité de la proximité des rivières. Au bout de vingt jours environ, l’invisible œuf va se fixer sur un support solide et propre. Le premier rôle de l’ostréiculteur est de fournir ces supports qu’on appelle ‘collecteurs’ qui sont coquilles d’huîtres, coquilles Saint-Jacques, ardoises, fers, tuiles, tube plastique. La pose des collecteurs s’effectue au moment où la larve cherche à se fixer fin juillet. Recouverts de naissains en été, les collecteurs restent en place jusqu’au printemps suivant. Il n’est alors pas encore possible d’en séparer les coquilles trop friables mais il est indispensable de donner de la place aux naissains. C’est l’éclaircissement. Après 18 mois de croissance sur les collecteurs, les huîtres les recouvrent complètement. Le gros travail du mois de janvier au mois de mai : c’est le détroquage qui consiste à séparer les jeunes huîtres des capteurs. Au moment où les huîtres sont remises en mer, elles vont grandir suivant deux méthodes. La première est la culture à plat, les huîtres sont étalées sur le sol. Elles sont régulièrement grattées et hersées afin qu’elles ne prennent pas une forme allongée. La deuxième méthode est la culture en poche ou en casiers. Les poches ou les casiers sont posés sur des tables en fer hautes de 50 cm et ils sont tournés tous les deux mois pour que les huîtres soient bien rondes et creuses. Une huître de la naissance à la dégustation est manipulée environ 150 fois.

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550

กลอนขำๆๆๆ
กลางคืนแล้วนะคนดี
เธอคนนี้ควรรีบไปนอน
ไม่ใช่แม่ไม่ได้มาสอน
แค่กลัวหลอนตอนเห็นหน้าเธอ
ร้องไห้ออกมาเถอะคนดี
ฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน
จะคอยถามเธออย่างห่วงใย
จะซื้อไหมผ้าเช็ดหน้าขายไม่แพง
ยิ้มแรกแก้มสดใส
ยิ้มต่อไปแก้มเปลี่ยนสี
ยิ้มอีกนิดนะคนดี
แล้วเธอนี้ไปศรีธัญญา
คงคิดว่าฉันชอบเธอล่ะสิ
คิดว่าดีใจที่ได้เจอเธองั้นเหรอ
คงคิดว่าดีใจทุกทีที่เจอบอก
ได้แค่ เออ...เธอคิดถูกแล้ว





หุ่นสวย...ฉบับคุณแม่บ้าน








1.หากนึกอยากรับประทานของหวานๆ ให้นึกถึงผลไม้แทนขนม ลองนึกดูว่า ขนมปังบิสกิตช็อกโกแลต 1 แผ่นให้พลังงานถึง 85 แคลอรี ในขณะที่แอปเปิ้ล 1 ผล มีเพียง 50 แคลอรี



2.ไอศกรีมทั่วไปขนาด 50 กรัม มีแคลอรี 110 แคลอรี ถ้าเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตแบบ Low Fat หรือไขมันต่ำจะได้เพียง 50 แคลอรีเท่านั้น



3.ลดอาหารประเภทอุดมไขมันเปลี่ยนไปหาอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่ เนื้อไก่งวง เนื้อลูกวัว เนื้อปลา และอาหารจำพวกถั่ว



4.หากชอบรับประทานมันฝรั่งทอด เลือกแบบเป็นแท่งดีกว่า เพราะมันฝรั่งทอดชนิดแผ่นกลมนั้น ดูดอมน้ำมันไว้มากกว่า



5.เลือกซื้อปลากระป๋องที่แช่ในน้ำเกลือ แทนปลากระป๋องที่แช่ในน้ำมัน คุณจะได้แคลอรีน้อยลงถึง 100 แคลอรี ต่อน้ำหนักปลา 100 กรัม



6.เลือกซื้อผลไม้กระป๋อง ชนิดที่แช่ในน้ำผลไม้ (Juice) แทนชนิดที่แช่ในน้ำเชื่อม (Syrup) คุณจะเลี่ยงได้ถึง 20 แคลอรี ต่อ 100 กรัม



7.ลดน้ำตาลที่เติมเวลาชงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มร้อนๆ เย็นๆ ถ้าเป็นไปได้งดเลยก็จะดี ไม่แนะนำให้ใช้สารให้ความหวานแทน เพราะไม่แน่ใจถึงผลลัพธ์อื่นที่จะได้รับด้วย



8.เลือกซื้อเนยที่สกัดจากพืชหรือส่วนของพืชแทนเนยที่สกัดจากนมวัว



9.เปลี่ยนลักษณะการเลือกอาหารรับประทานในแต่ละมื้อ โดยเพิ่มผัก ลดเนื้อสัตว์และครีม-มัน-เนย



10.ก่อนไปจ่ายของที่ตลาดเขียนรายการต่างๆ ไว้ก่อน เพื่อจะได้ผ่านตาว่าสิ่งใดควรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ควรซื้อเลยและไม่ควรช้อปปิ้งสินค้าประเภทอาหารในยามที่คุณหิว เพราะคุณจะหยิบอาหารที่นำมารับประทาน ขนม หรือสิ่งที่อุดมไปด้วยไขมันโดยไม่รู้ตัว



เทคนิคนี้มีไว้เฉพาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องการไขมันจำนวนมากมาย หากไม่ลดลงก็จะไปเพิ่มพูนเป็นส่วนเกินของร่างกาย และยังอาจทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ อาหารประเภทแคลอรีต่ำและนมพร่องมันเนยเหล่านี้ ไม่เหมาะสำหรับเด็กเนื่องจากเด็กโดยเฉพาะที่อยู่ในวัยที่เจริญเติบโต ยังต้องการสารอาหารและวิตามินต่างๆ อีกมาก...



วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550



ภัยการโดนป้ายยา สู่ขบวนการค้าหญิง
เกร็ดเตือนภัยผู้หญิง
ในสังคมภัยการโดนป้ายยา สู่ขบวนการค้าหญิง
เมื่อเย็นวันหนึ่ง
นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีที่ 1 หลังจากที่เดินทางไปเรียนตามปกติ ที่วิทยาเขตบางนา และเมื่อเลิกเรียน 4 โมงเย็นแล้วได้บอกกับครอบครัวว่าจะไปที่บ้านญาติที่จังหวัดระยอง แต่เมื่อทางครอบครัวติดต่อไปยังบ้านญาติก็ไม่เห็น มาถึง มือถือก็ติดต่อไม่ได้ เมื่อน้องศร (นามสมมุติ) ขึ้นรถทัวร์จันทบุรี ด้วยที่ตัวเองคิดว่ารถจันทบุรีจะผ่านระยอง การขึ้นรถผิดครั้งนี้ส่งผลการเปลี่ยนแปลงแก่ตนเองทันที เมื่อนั่งรถไปได้สักพัก ผ่านอำเภอแกลง จ.จันทบุรีแล้ว น้องศร คิดเลยว่านั่งรถผิดแน่นอน เพราะรถจะเข้าจันทบุรีอยู่แล้ว เลยตัดสินใจลงจากรถเพื่อ นั่งรถกลับ แล้วมีผู้หญิง 2 คน แต่งตัวดี เดินลงตามน้องศรมาด้วย และเข้ามาคุยกับน้องศรเพื่อตีสนิท และเริ่มพูคุยว่าผู้หญิง 2 คนนั้น : น้องจะไปไหนน้องศร : จะไประยองผู้หญิง 2 คนนั้น : เออ ดีเลย พี่ก็จะไประยองเหมือนกัน เราเหมารถกันดีมั๊ย คนละ 100 บาท ทั้งหมด คง 300 บาท และน้องศรก็ตอบตกลงไปด้วยกัน หลังจากที่ขึ้นรถไปด้วยกันนั้น น้องศรก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มารู้อีกทีเมื่อตัวเองต้องอยู่ในห้องมืดแล้ว และน้องศร ก็นั่งลำดับ เหตุการณ์ ได้ว่า ตัวเองเหมือนมีความรู้สึกโดนยามาป้าย และเคริ้มไป แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหลับหรือเปล่า เพราะไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ซึ่งน้องศรมารู้ภายหลังว่า เมื่อตัวเองได้ออกมาจากห้องมืดนั้น โดยผู้หญิง 2 คนนั้นให้น้องศรออกมาข้องนอก เพื่อมาให้นายทุนดูตัว (มารู้ภายหลัง ว่านายทุน) ซึ่งทำให้รู้ว่าตัวเองอยู่ในสวนยางลึก เป็นป่าทึบ ที่ ห่างไกลจากชุมชน และบ้านคนมาก แต่น้องศรก็รู้ว่าอยู่ใน จ. จันทบุรีในคืนวันนั้น น้องศร ได้ยินผู้หญิง 2 คนนี้ พูดกันว่า ผู้หญิงที่กักตัวไว้ที่นี่ อีก 5 คนนั้น จะส่งไปขายมาเลย์ เร็วๆนี้ ทำให้น้องศรหยุดคิดว่า นอกจากตนแล้ว ยังมีผู้หญิงที่ตกสภาพตนอีก 5 คนเลยเหรอ ส่งขายมาเลย์ คือจุดหมายของชีวิตเหรอ ตอนนั้นน้องศรเครียดมาก และคิดจะฆ่าตัวตายเมื่อต้องรู้ชะตาชีวิตว่าจะไปมาเลย์ และต้องทำอะไร เมื่อเช้าของอีกวัน น้องศรคิดตลอดเวลา ว่า หนี หนีแล้วจะหนีออกยังงัยล่ะ คือคำถามของน้องศรที่นั่งถามตัวเองอยู่ แต่โอกาสก็มาถึงน้องศร เมื่อวันนั้นผู้หญิง 2 คนนั้นไม่อยู่ และลืมล็อคกุญแจห้อง น้องศร ได้โอกาสแล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งแบบไม่หันกลับไปมองข้างหลัง จุดหมายอย่างเดียว คือ ถนนใหญ่ เพื่อหารถกลับ และน้องศรก็นั่งรถจันทบุรี – ระยอง เพื่อไประยอง และหลังจากนั้นมีการติดต่อให้แม่และครอบครัวไปรับที่ระยอง ตอนนี้สภาพจิตใจยังแย่มาก อาการหวาดกลัว และระแวงทุกอย่างที่พบเห็น และไม่กล้าออกนอกบ้านเลยจากคำพูดของน้องศร ว่า : แก็งนี้ เป็นแก็งที่ลักพาตัวผู้หญิงไปขายเพื่อค้าประเวณี แน่นอน และจะใช้วิธีผู้หญิง 2 คน แต่งตัวดี เข้ามาตีสนิท และเป็นขบวนการที่นำยามาป้าย (ยังไม่มีคำตอบว่ายาอะไร ที่มาป้าย) แล้วผู้หญิง อีก 5 คนที่ติดอยู่ที่นั่นละ จะมีชีวิตยังงัย แล้วมีผู้หญิงอีกมากมายเท่าไรที่โดนกรณีอย่างนี้ นี่คือ .... ต้นเหตุอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุให้คนหายในปัจุจบันนี้ ที่ทางศูนย์ข้อมูลคนหายรับรื่องมา และเรื่องนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมเรา

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550


ดื่มเหล้าอะไรก็เสี่ยงมะเร็งเต้านม


ดร.อาร์เธอร์ แคลตสกี จากโครงการเดอะ ไคเซอร์ เพอร์มาเนนท์ เมดิคัล แคร์ โปรแกรม ในโอ๊กแลนด์ เปิดเผยต่อที่ประชุมมะเร็งยุโรปว่า

จากการศึกษากับสตรีหลายหมื่นคนพบว่า ปริมาณสุราที่ดื่มคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าประเภทของสุรา มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอด คาดว่าปีนี้จะตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ 1.2 ล้านคนทั่วโลก และจะมีผู้เสียชีวิต 500,000 คน คณะนักวิจัยศึกษาพฤติกรรมการดื่มสุราของสตรี 70,000 คน ที่มีเชื้อชาติแตกต่างกัน พวกเธอตรวจสุขภาพช่วงปี 2521-2528 ปรากฏว่าในจำนวนนี้เกือบ 3,000 คน เป็นมะเร็งเต้านมก่อนปี 2547


คณะนักวิจัยพบว่า สตรีที่ดื่มสุราวันละ 1-2 แก้ว มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มไม่ถึงวันละ 1 แก้ว แต่หากดื่มเกินวันละ 3 แก้ว จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ส่วนการที่เคยมีผลการศึกษาอื่นชี้ว่า การดื่มสุราแต่พอควรช่วยป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้นั้น คณะนักวิจัยชุดนี้คิดว่า อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ช่วยให้เกิดคอเลสเทอรอลชนิดดี ที่ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด และลดความเสี่ยงเป็นเบาหวาน แต่แอลกอฮอล์ กลับเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมตามผลที่ได้จากงานวิจัยชิ้นนี้.

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2550

น้ำพริกกับผักเคียง ช่วยเลี่ยงได้หลายโรค

พูดถึง “น้ำพริก” คนไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี

แม้ว่าแต่ละภาคอาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ภาคใต้เรียก “น้ำชุบ” ภาคอีสาน มี “ป่น” “แจ่ว” แต่ ไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันแค่ ไหน ส่วนประกอบหลักๆ ของน้ำพริกมีคล้ายคลึงกัน แถมยังต้องกินกับผักเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการและป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้ด้วย


สมุนไพรที่อยู่ในถ้วยน้ำพริกนั้น

ประกอบด้วย พริก กระเทียม และหอมแดง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีสรรพคุณป้องกันได้หลายแบบ เอกสารเผยแพร่ของศูนย์ประสานงาน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรให้ข้อมูลสมุนไพรแต่ละตัวไว้ว่า

พริก มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร ขับลม แก้หวัด แก้ภูมิแพ้ งานวิจัยพบว่าในพริกมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

กระเทียม มีสาร “อัลลิซิน” กลิ่นฉุน มีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

หอมแดง มีสาร “เคอร์ซิทิน” ช่วยทำความสะอาดเส้นเลือด ป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดอุดตัน นอกจากนี้ สมุนไพรที่เป็น เครื่องเคียงกินกับน้ำพริก เช่น สายบัว บัวบก ผักกะเฉด ผักกูด ผักหนาม ยังมีสารประกอบที่ฝรั่งเรียกว่า “ไฟโตเคมีคอลล์” มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคร้ายต่างๆ เช่น คลอโรฟิลล์ ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ เมื่ออยู่ในผักจะออกฤทธิ์ช่วยกันเสริมสร้างร่างกายให้ แข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันและต่อต้านอนุมูลอิสระ ในผักยังมีเส้นใยอาหาร หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์นั้น ก็ยังมีประโยชน์อีก นั่นคือเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่


ทั้งหมดที่ว่ามาแสดงว่าสมุนไพรในหนึ่งถ้วยน้ำพริกนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพเหลือหลาย นอกจากความแซบอันเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป แล้วอย่างนี้จะทิ้งน้ำพริกไปหาอาหารฝรั่งกันได้ลงคอเชียวหรือ.